IPM การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน

หลักปฏิบัติสำคัญของ IPM (Integrated Pest Management) (โดย FAO) มีดังนี้


1.ปลูกพืชให้แข็งแรง (Grow & Healthy Crop)

  • เลือกพืชพันธุ์ต้านทาน
  • การให้ปุ๋ย การให้น้ำ และการจัดการดินให้เหมาะสม

 

2.อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ (Conserve Natural Enemies)

แมลงตัวห้ำและตัวเบียนในการป้องกันแมลงศัตรูพืช เชื้อโรคปฏิปักษ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ได้แก่ เชื้อไวรัส  เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ที่มีประโยชน์ทั้งกำจัดแมลงและรักษาโรคพืช  และการใช้ไส้เดือนฝอย เป็นต้น  และนอกจากนี้ยังมีการใช้สารสกัดจากพืชอีกด้วย

3.สำรวจตรวจแปลงสม่ำเสมอ (GO to Field Regularly)

ควรมีการสำรวจพืชปลูกทุกสัปดาห์ เพื่อสังเกตโรคและแมลงที่มารบกวนพืชปลูกของเราและทำการป้องกันได้ทันเวลา

4.เกษตรกร คือ ผู้ชำนาญในการจัดการ (Farmer is an Expert)

ก่อนลงมือปลูกหรือทำการเกษตรใดๆ เกษตรกรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่จะทำก่อน และศึกษาให้ลึกซึ้งถึงระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะสามารถประเมินและจัดการกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้โดยไม่ติดขัด

วิธีการควบคุมศัตรูพืช

  • การเขตกรรม คือการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในแปลงปลูก
  • วิธีกล คือการใช้กับดักล่อแมลง
  • วิธีทางฟิสิกส์ คือการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช
  • ชีววิธี คือการใช้ ตัวห้ำ  ตัวเบียน  จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการควบคุมโรคและแมลง

 

5.การควบคุมด้วยเทคนิคการใช้แมลงเป็นหมัน (The sterile insect technique : SIT)

คือการใช้หลักการ คุมกำเนิด โดยแมลงเป็นหมันจะไปผสมพันธุ์กับแมลงในธรรมชาติทำให้ไข่ที่ออกมาฝ่อไม่สามารถฟักเป็นตัว ลดการแพร่ขยายพันธุ์ของแมลงศัตรูพืชด้วยแมลงที่เป็นหมันชนิดเดียวกัน (autocidal control) และเมื่อปล่อยอย่างท่วมท้นแบบครอบคลุมพื้นที่ ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ช่วงอายุ จะทำให้ประชากรแมลงศัตรูพืชชนิดนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างการควบคุมศัตรูพืชที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ได้แก่ แมลงวันผลไม้หลายชนิด หนอนใยผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย

 

6.การใช้สารธรรมชาติ (Natural substance)

คือการนำพืชที่มีคุณสมบัติในการไล่แมลงหรือทำให้เกิดพิษกับแมลงมาสกัดเพื่อใช้ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

 

7.สารเคมี(Chemical control)

การใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชนั้นต้องทำให้ถูกวิธีและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการใช้สารเคมีจะใช้เยอะหรือบ่อยเหมือนวิธีธรรมชาติไม่ได้ เพราะหากฉีดไปมากๆ พืชก็จะมีการปกป้องตัวมันเองโดยวิธีธรรมชาติของพืช อาจจะทำให้สารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืชเหลือน้อยอยู่บนพืช นั่นจึงทำให้แมลงศัตรูพืชคุ้นเคยกับสารเคมีชนิดนั้นและทำให้เกิดการดื้อยาอย่างเช่นในปัจจุบัน  สารเคมีบางชนิดก็ไม่สามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชบางตัวได้

 

กลยุทธการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

1.การใช้พืชพันธุ์ต้านทาน ต่อโรค – แมลง

2.การใส่ปุ๋ย ใส่ในปริมาณที่เหมาะสม  ใส่ปุ๋ยทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง

3.วิธีการปลูก ควรปลูกให้พืชมีระยะห่างที่เหมาะสม ไม่ชิดหรือห่างกันจนเกินไป

4.การจัดการน้ำ ให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมกับต้นพืชที่ต้องการไม่ควรให้น้ำเวลาช่วงพลบค่ำเพราะจะทำให้โรคระบาดได้ง่าย

5.เลือกระยะเวลาปลูกที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงโรคและแมลงที่อาจระบาด

6.การจัดการระบบการปลูกพืช ควรมีการปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อตัดวงจรชีวิตโรคและแมลงศัตรูพืช

7.การใช้เหยื่อล่อ

8.การใช้กับดัก เช่น กับดักกาวสีเหลือง

9.การใช้ไฟล่อ

10.การทำความสะอาดแปลงปลูก

11.การใช้พืชล่อโดยการปลูกต้นไม้ที่แมลงศัตรูชอบ เมื่อแมลงเข้าทำลายให้สารเคมีปราบ

12.การใช้สารสกัดจากพืช

13.การเขตกรรมอื่นๆ เช่น การตัดแต่งกิ่ง  การตัดแต่งดอก – ผล  การทำความสะอาดสวน

14.การใช้ชีววิธี

15.การปลูกผักในมุ้ง

16.การใช้สารเคมี

Contributor :

        นามปากกา :  UEE

 Nobody’s always right and nobody’s always wrong.


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

เชื้อรามหัศจรรย์ปกป้องจากโรคและแมลงศัตรูพืช