แคงเกอร์คัท ตราไทยไม่แพ้

380 ฿ 345 ฿

แคงเกอร์คัท ตัดวงจรแคงเกอร์ทุกระยะ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ Xanthomonas campestris pv. citri พบระบาดมากในมะนาว และส้มต่างๆโรคแคงเกอร์ เป็นโรคที่สำคัญในพืชตระกูลส้ม ส้มเขียวหวาน ส้มโอ  มะนาว มะกรูด ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากเกิดได้กับทุกส่วนของต้น โรคระบาดในฤดูฝน และฤดูหนาวที่มีหมอกลง อาการของโรคแคงเกอร์ ทำให้ต้นโทรมใบร่วง ผลร่วง  แคระ แกรน กิ่งแห้งตาย ผลผลิตลไม่มีคุณภาพ ต้นอาจตายและสามารถลามได้  โรคแคงเกอร์มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย เป็นแหล่งปลูกพืชตระกูลส้มและแพร่กระจายพื้นที่อื่นๆทั่วโลก

คุณสมบัติของแคงเกอร์คัท :

เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ร่วมกับพืชโดยไม่เป็นอันตรายต่อต้นพืช เจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว มีความสามารถในการแย่งธาตุอาหารได้ดี สร้างสารปฏิชีวนะ เช่น เอนไซม์ กรดอินทรีย์ และสาร อื่นๆ เข้าทำลายเชื้อสาเหตุโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย สามารถกำจัดโรคแคงเกอร์ได้ 100 %

ประโยชน์:

ใช้ป้องกันรักษาโรคแคงเกอร์ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย สารชีวภัณฑ์สามารถป้องกันและกำจัดทำลายโรคแคงเกอร์ได้ 100% ควบคุมและจัดการได้รวดเร็วและและที่สำคัญยิ่งกว่าคือปลอดภัยต่อผู้ใช้โรคแคงเกอร์

 

สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบ Line โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

แคงเกอร์คัท ตราไทยไม่แพ้

ส่วนผสม : หัวเชื้อจุลินทรีย์ Bacillus subtilis10% v/v

วิธีการใช้ตามระยะอาการ:

ระดับอาการ อัตราการใช้ วิธีการใช้
ระยะที่ 1 ไม่เคยเป็นแคงเกอร์ 80 ซีซี./ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง
ระยะที่ 2 เริ่มเป็นแคงเกอร์ที่ใบอ่อน 80-100 ซีซี./20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง
ระยะที่ 3 อาการรุนแรง เป็นแคงเกอร์ที่กิ่ง ลำต้นใบแก่ ชัดเจน 100-120 ซีซี. /20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3-5 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง

เหมาะสำหรับ :

พืชตระกูลส้ม ได้แก่ มะนาว มะกรูด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ส้มเช้ง ส้มเกลี้ยง ทุกชนิด

วงจรการเกิดโรคแคงเกอร์ :

เชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคแคงเกอร์ สามารถเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณ บนใบ กิ่งและผลของ พืชตระกูลส้ม ส้มเขียวหวาน, ส้มโอ,  มะนาว, มะกรูด, ส้มเช้ง มีความชื้นหรือหยดน้ำเกาะที่บริเวณจุดแผลและปล่อยเซลล์แบคทีเรียออกมาและสามารถแพร่กระจายไปในส่วนอื่นของลำต้น  ละอองน้ำที่หยดผ่านใบที่มีเชื้อก็แพร่กระจายออกไปในส่วนอื่น จะช่วยให้แบคทีเรียแทรกซึม เข้าสู่พืชได้โดยผ่านทางปากใบ และบาดแผลต่างๆ เช่น แผลที่เกิดจากรอยขีดข่วนหรือเสียดสีกันของกิ่ง หนาม การกัดกินของหนอนชอนใบ และเม็ดทรายจากลมพายุ รวมถึงแผลจากการถูกเครื่องมือทางการเกษตร โดยเชื้อที่ถูกลมพัดไปสามารถไปได้หลายกิโลเมตร โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเข้าทำลายอยู่ประมาณ 20-30 องศาเซลเซียส ถ้าอยู่ภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเข้าทำลายจะเกิดการบ่มเชื้อและแสดงอาการหลังจากปลูกเชื้อแล้วประมาณ 60 วันหรือมากกว่านั้น

ข้อควรระวัง :

  • ควรอ่านฉลากให้ครบถ้วน และใช้ตามอัตราที่แนะนำ
  • เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด ควรฉีดพ่นตอนเช้าหรือเย็น อากาศไม่ร้อน ลมไม่พัดแรง และฝนไม่ตก
  • ขณะฉีดพ่นพืชต้องไม่เหี่ยวเฉาหรือขาดน้ำ
  • ปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะในการฉีดพ่นสารปราบศัตรูพืชทุกครั้ง เช่น สวมผ้าปิดจมูก แต่งกายมิดชิด
  • ควรเก็บในภาชนะเดิมที่ปิดมิดชิด เก็บในที่ร่มและแห้ง

น้ำหนักสุทธิ 1000 มิลลิลิตร


Shares